| |
 |
|
ปกป้องบ้านอย่างมั่นใจด้วย
สัญญาณกันขโมย
Ness จากออสเตรเลีย |
กันขโมย Ness
ติดตั้งมามากกว่า 1,000 หลัง
โดยไม่มี False Alarm |
สัญญาณกันขโมย
ติดตั้งตามมาตรฐานสากล รับประกัน 2 ปีเต็ม |
|
กันขโมยบ้าน PIR ตัวตรวจจับความเคลื่อนไหว ทำงานอย่างไร
อยากเล่าสู่กันฟัง เรื่องอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ของระบบกันขโมยบ้าน
หลาย ๆ คน อาจจะสงสัยว่า เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้มันทำงานได้อย่างไร
ก่อนอื่น ต้องบอกว่า มีคนเรียกชื่อเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ต่าง ๆ กันออกไป แต่ความหมายเหมือนกัน ที่นิยมกันก็ เช่น ตัว Sensor, Motion (Detector), PIR (Passive Infrared) Device หรือ อินฟราเรด ในต่างประเทศ อาจจะเรียกว่า Movement Detectors, Space Detectors หรือ Volumetric Detectors โดยสรุปก็คือ อุปกรณ์ตัวนี้ทำหน้าที่ในการตรวจจับความเคลื่อนไหว ในพื้นที่ ที่ เราต้องการ
หลักการพื้นฐานของอุปกรณ์ ตัวนี้ ก็ คือ ธรรมชาติของวัตถุ หรือ สิ่งมีชีวิต ทุกชนิด จะแผ่รังสีอินฟราเรดออกมาจากตัวเอง การแผ่รังสีดังกล่าวเกิดจากการเคลื่อนที่ของอิเลคตรอนในอะตอม ปริมาณรังสี ดังกล่าวจะมีมากน้อยตามแต่โครงสร้างทางเคมี และอุณหภูมิของวัตถุ หรือสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ถ้าพลังงานความร้อนหรือรังสีอินฟราเรดนี้มีปริมาณสูง เช่น การแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ เราก็จะสามารถรู้สึกได้โดยง่าย แต่ถ้ามีปริมาณน้อย ๆ ก็จะไม่สามารถตรวจจับหรือรู้สึกได้ง่าย ๆ ตามทฤษฎี วัตถุที่ไม่มีพลังงานความร้อนเลย จะต้องมีอุณหภูมิต่ำถึงระดับ -273 องศาเซลเซียส
|
|
อบอุ่น มั่นใจ ไม่ต้องกังวล เมื่ออยู่ไกลบ้าน
อุปกรณ์ตรวจจับคุณภาพสูง
แจ้งเตือนไปที่โทรศัพท์มือถือ |
ตั้งเวลาปิด-เปิดอัตโนมัติ
ควบคุมไฟฟ้าอัตโนมัติ
เชื่อมต่่่อระบบ Access Control |
กันขโมย NESS รุ่น SGIII
แจ้งเตือนไปที่โทรมือถือ
ไม่ต้องใช้โทรศัพท์บ้าน
|
อุปกรณ์ตรวจจับความเคลือ่นไหว นำความจริงตามธรรมชาติข้อนี้ มาใช้ โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ ๆ (และต้องมี ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหน ยี่ห้ออะไรก็ตาม) คือ
1. เลนส์ (optics) สำหรับควบคุมหรือโฟกัสพื้นที่ในการตรวจจับความเคลื่อนไหว
2. Sensor ซึ่งเป็นตัวแปลงพลังงานความร้อนจากรังสีอินฟราเรด มาเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า
3. วงจรอิเลคโทรนิคส์เพื่อประมวลผล สัญญาณทางไฟฟ้า และส่งผลไปที่กล่องควบคุม (control panel) เพื่อแจ้งเตือน
สาเหตุที่เราเีรียกอุปกรณ์ตัวนี้ว่า Passive Infrared ก็เนื่องจากตัวมันเอง ไม่ได้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานความร้อน หรือรังสีอินฟราเรด แต่เป็นตัวรับรังสีอิฟราเรด
ข้อที่น่าสนใจ คือ ถ้าอุปกรณ์ตัวนี้ไม่มีเลนส์ หรือ optics part แล้ว จะทำให้มันไม่สามารถเลือกพื้นที่ในการตรวจจับ หรือ โฟกัสพื้นที่ได้เลย (เหมือน ๆ กับ กล้องถ่ายรูปที่ไม่มีเลนส์ มันจะจับเฉพาะวัตถุที่อยู่ใกล้ ๆ มาก ๆ เท่านั้น และเจ้าตัว optics หรือเลนส์นี้เองที่จะควบคุมขนาดของพื้นที่ในการตรวจจับ (zone size) และความไว (sensitivity) ของ PIR
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|